ประเทศเวียดนามมีความโดดเด่นเรื่องของทรัพยากรการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม อาทิ ฮาลองเบย์ ที่ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก้ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยนำเสนอวัฒนธรรมที่เก่าแก่และเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัย สงบ และ สภาพแวดล้อมที่มีความเป็นมิตร จุดขายในเรื่องของการท่องเที่ยวแบบประหยัด และผจญภัย ซึ่งเป็นแนวโน้มของการท่องเที่ยวทั่วโลกในขณะนี้ และเวียดนามพยายามนำเสนอการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค โดยนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวในประเทศเวียดนามและประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว กัมพูชา ในคราวเดียว
ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานว่า World Travel and Tourism Council (WTTC) คาดหมายให้เวียดนามมีอัตราการท่องเที่ยวสูงสุดเป็นอันดับ 7 ของโลก ในปี 2548-2558และในปัจจุบันรัฐบาลก็ได้เห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวตามลำดับ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย รายงานว่ารัฐบาลเวียดนามได้อนุมัติกฎหมายว่าด้วยการท่องเที่ยว มีสาระสำคัญเกี่ยวกับแผนการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งกำหนดนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 6 ล้านคนในปี 2553 และนักท่องเที่ยวในประเทศ 25-26 ล้านคนในปี 2553
ปี 2549 รัฐบาลเวียดนามกำหนดเป้าหมายการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ 3.6 ล้านคน16 แต่จำนวนตัวเลขที่เกิดขึ้นจริง ประมาณ 3.2 ล้านคน แสดงว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย นักท่องเที่ยวต่างชาติปี2552 มีจำนวน 3.8 ล้านคน ลดลงจากปี 2551 ซึ่งมีจำนวน 4.2 ล้านคน จะเห็นว่าแนวโน้มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศเวียดนามจะมีจำนวนมากขึ้นทุกปี จากปี 2541 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.5 ล้านคน เป็น 4.2 ล้านคนในปี 2550 และจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทย จากปี 2541 จำนวน 0.016 ล้านคน เป็น 0.161 ล้านคนในปี 2550
นอกจากนี้อุปสงค์ของการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว มีลักษณะที่ไม่มีเหมือนกันในแต่ละบุคคลเนื่องจากนักท่องเที่ยวแต่ละรายหรือแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันทางด้านสภาพแวดล้อม หรือคุณลักษณะส่วนบุคคล ซึ่งนักท่องเที่ยวมีทั้งกลุ่มที่มาจากยุโรป อเมริกา และแถบเอเซีย พฤติกรรมการท่องเที่ยวจะมีความแตกต่างกัน ความแตกต่างดังกล่าวอาจมีผลทำให้ภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มรับรู้หรือเข้าใจหรือคิดนึกถึงมีความแตกต่างกันตามกลุ่มของนักท่องเที่ยวและอาจทำให้คุณค่าที่ได้รับความพึงพอใจ และความภักดีต่อแหล่งท่องเที่ยวมีความแตกต่างกันอีกด้วย จะเห็นได้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยว ทั้งภายในประเทศเวียดนามเอง และชาวต่างประเทศ ที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศเวียดนาม มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ถึงแม้จะมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้การท่องเที่ยวของเวียดนามนับวันจะสร้างรายได้ให้กับประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ มีโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูงมาก เมื่อองค์กร หน่วยงานต่างๆใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการจัดจำหน่าย การประชาสัมพันธ์ การแข่งขันด้านการสร้างความสมบูรณ์ของการนำเสนอสารสนเทศ และการออกแบบให้เว็บไซต์มีรูปลักษณ์ (Appearance) สวยงามจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำมาสู่การขาย เพราะสินค้าบริการท่องเที่ยว เป็นสินค้าที่อาศัยสารสนเทศเป็นองค์ประกอบหลักนอกเหนือจากตัวสินค้าและการให้บริการทางกายภาพการเปรียบเทียบรูปลักษณ์ของเว็บไซต์ (Appearance) สามารถแบ่งออกได้หลายมิติ เช่น ความสวยงาม ความสมบูรณ์ของเนื้อหาสารสนเทศ ผู้พัฒนาเว็บไซต์จะต้องให้ความสำคัญกับคุณสมบัติของสารสนเทศ มีความรู้ทางด้านเทคนิค เช่น การเข้าถึงสารสนเทศ การสอบทาน ความปลอดภัยบุคลากรในองค์กรต้องมีวินัยและเอาใจใส่ในเรื่องของสารสนเทศ เช่น การทำข้อมูลให้ทันสมัย เป็นปัจจุบัน ถูกต้องและมีความสมบูรณ์ครบถ้วน ขณะเดียวกันก็ต้องอาศัยผู้มีความรู้ทางด้านกราฟิกเพื่อให้เว็บไซต์มีภาพลักษณ์ที่สวยงามดึงดูดความสนใจแต่สามารถเข้าถึงและใช้งานง่าย










